Windenburg
Windenburg เป็นเมืองริมทะเลสไตล์ยุโรปเหนือที่ผู้เล่น The Sims 4 คุ้นเคยกันดี ด้วยหน้าผาสูงชัน จัตุรัสหินกรวดเก่าแก่ และคฤหาสน์เล็กๆ กระจายอยู่ทั่วเมือง ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ให้สร้างบ้านสวยๆ เท่านั้น แต่ยังผูกแน่นกับระบบเกมเพลย์เฉพาะตัวของแพ็คต้นทาง ทำให้ซิมส์ที่อาศัยอยู่ที่นี่มีเหตุผลให้ออกจากบ้านไปรวมกลุ่มกับเพื่อนฝูงอยู่ตลอดเวลา
กำเนิดจาก Get Together
Windenburg มาพร้อมกับ The Sims 4: Get Together ซึ่งเป็น Expansion Pack ลำดับที่ 2 ของเกม วางจำหน่ายวันที่ 8 ธันวาคม 2015 ในอเมริกาเหนือ และ 10 ธันวาคม 2015 ในยุโรป หัวใจของแพ็คนี้คือระบบ Club ที่ให้ผู้เล่นตั้งกลุ่มสังคมของตัวเอง กำหนดชื่อ สัญลักษณ์ กฎเกณฑ์ และสถานที่นัดพบได้อย่างอิสระ สมาชิกในคลับจะทำกิจกรรมตามกฎที่ผู้เล่นตั้งไว้เมื่ออยู่รวมกัน ไม่ว่าปกติจะมีนิสัยแบบไหนก็ตาม
เพราะระบบเกมเพลย์เน้นการรวมกลุ่มขนาดนี้ ทีมออกแบบเลยสร้าง Windenburg ให้มีพื้นที่สาธารณะเยอะเป็นพิเศษ ทั้งจัตุรัส บาร์ สวนสาธารณะ และจุดนัดพบริมทะเล ต่างจาก world อื่นในเกมที่มักเน้นโซนที่อยู่อาศัยเป็นหลักแล้วแปะพื้นที่ส่วนกลางไว้แค่มุมเดียว
ย่านต่างๆ ใน Windenburg
เมืองนี้แบ่งออกเป็น 4 ย่านหลัก แต่ละย่านมีสไตล์สถาปัตยกรรมและบรรยากาศแบบยุโรปเหนือที่ต่างกันชัดเจน
- The Crumbling Isle เป็นย่านที่อยู่อาศัยสุดหรูบนหน้าผาสูงชันริมทะเล เต็มไปด้วยคฤหาสน์ราคาแพงและวิวทะเลกว้างไกล ที่ตั้งของ Von-Windenburg Estate คฤหาสน์ที่แพงที่สุดในเมือง รวมถึงจุดตกปลาและ special lot อย่าง The Bluffs ที่มีสระน้ำธรรมชาติกับกองไฟริมผา
- Windslar คือย่านชนบทเงียบสงบ เน้นทุ่งหญ้าและทะเลสาบ เหมาะกับซิมส์ที่ชอบตกปลาหรือใช้ชีวิตเรียบง่าย ทางเข้า Von Haunt Estate คฤหาสน์ประวัติศาสตร์ของเมืองก็อยู่ในย่านนี้
- Lykke Centre เป็นย่านการค้าสมัยใหม่ริมทะเล ตึกอาคารทรงเรียบหรูสไตล์มินิมอล มีทั้งยิม ไนท์คลับ คาเฟ่ และสระว่ายน้ำสาธารณะ ตัดกับความเก่าแก่ของย่านอื่นได้ชัดเจน
- Olde Platz คือใจกลางเมืองแบบประวัติศาสตร์ ถนนหินกรวด ร้านหนังสือ บาร์เล็กๆ และลานหมากรุกกลางแจ้ง เป็นจุดที่ซิมส์ทุกกลุ่มในเมืองมักเดินผ่านไปมาและรวมตัวทำกิจกรรมกลุ่มกันบ่อยที่สุด
ตัวละครเด่นใน Windenburg
Windenburg มาพร้อมครอบครัวพรีเมดทั้งหมด 8 ครอบครัว/กลุ่มเพื่อนร่วมบ้าน ที่มีเรื่องราวเฉพาะตัวน่าติดตาม
- ตระกูล Villareal นำโดย Jacques พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ดูแลลูกสามคนคือ Luna, Hugo และ Max อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หรูที่สุดของเมืองอย่าง Von-Windenburg Estate เบื้องหลังคือปริศนาการหายตัวไปของภรรยาที่ไม่มีใครรู้สาเหตุแน่ชัด
- ตระกูล Fyres นำโดย Dominic ผู้เป็นหัวหน้าคลับ Spin Masters คลับปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ขึ้นชื่อเรื่องเต้นรำและเปิดแผ่นบนเวที DJ ใครอยากเข้าร่วมต้องพิสูจน์ฝีมือให้ Dominic เห็นก่อน
- ตระกูล Bjergsen ครอบครัวสี่คนที่มี Sofia ลูกสาวมีความฝันสายดนตรี อาศัยอยู่ที่ The Lighthouse ริม The Crumbling Isle
- ตระกูล Munch แม่เลี้ยงเดี่ยว Mila กับลูกชายสามคนที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว ตั้งแต่สายนักเขียนไปจนถึงวัยรุ่นขบถ
- ตระกูล Behr, Bro, Free Spirits และ Partihaus คือกลุ่มเพื่อนร่วมบ้านและครอบครัวเล็กที่เติมสีสันให้เมือง ตั้งแต่สายปาร์ตี้ สายศิลปะ ไปจนถึงสายเทคโนโลยี
นอกจากซิมส์ที่มีชีวิตแล้ว จุดเด่นที่สุดของเมืองนี้คือผีคู่รักประจำ Von Haunt Estate นามว่า Bernard และ Mimsy ตำนานเล่าว่าทั้งคู่แต่งงานกันแบบไม่ได้รักกันแต่แรก แต่ความรักค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นคู่รักที่ผูกพันกันแน่นแฟ้น จนกระทั่งไฟไหม้คฤหาสน์เมื่อปี 1898 คร่าชีวิตทั้งคู่ไปพร้อมกัน ปัจจุบันวิญญาณของทั้งสองยังคงวนเวียนดูแลสวนและเดินเล่นในเขาวงกตของคฤหาสน์อยู่เสมอ
ส่วนตระกูลในตำนานที่หลายคนอาจคุ้นชื่อจากเรื่องราวสไตล์ Romeo & Juliet อย่างตระกูล Monty กับตระกูล Capp ที่บาดหมางกันข้ามรุ่นนั้น จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้อาศัยอยู่ใน Windenburg จุดกำเนิดของสองตระกูลนี้คือย่าน Veronaville ในภาคก่อนหน้าของซีรีส์ ส่วนในไทม์ไลน์ล่าสุดของ The Sims 4 ตัวละคร Romeo กับ Juliette ก็ไปตั้งรกรากเป็นครอบครัวใหม่อยู่ในโลก Ondarion จากแพ็คขยาย Royalty & Legacy แทน ไม่ใช่ Windenburg ตามที่หลายคนเข้าใจผิดกัน อย่างไรก็ตามยังมีเรื่องบังเอิญเล็กๆ คือหนึ่งในผู้อยู่อาศัยจริงของ Windenburg ในตระกูล Bro ก็มีชื่อว่า Sergio Romeo เช่นกัน แต่เป็นคนละตัวละครกันโดยสิ้นเชิง
กิจกรรมน่าสนใจที่ทำได้ใน Windenburg
- สร้างและเข้าร่วม Club ตั้งกฎ สไตล์การแต่งตัว และสถานที่นัดพบของกลุ่มได้เอง หรือจะลองสมัครเข้าคลับพรีเมดอย่าง Spin Masters ของ Dominic ก็ได้ถ้าคิดว่าฝีมือถึง
- เต้นรำและปั่นแผ่นที่ Discotheque Pan Europa ไนท์คลับกลางเมืองที่มีเวที DJ ให้มิกซ์เพลง ท้าประลองเต้นรำกับซิมส์คนอื่น และปาร์ตี้กลุ่มยามค่ำคืน
- จัดปาร์ตี้ริมทะเลที่ The Bluffs จุดชมวิวหน้าผาที่มีทั้งสระน้ำธรรมชาติและกองไฟให้นั่งพักผ่อนยามเย็น เหมาะกับการรวมกลุ่มเพื่อนแบบชิลๆ
- สำรวจ Ancient Ruins ซากปรักหักพังสไตล์กอธิคใกล้ Olde Platz ที่มักใช้จัดปาร์ตี้กลางแจ้งหรือออกเดตกับคนรัก
- ตกปลาและเก็บของสะสม กระจายอยู่ทั่วทั้ง 4 ย่าน โดยเฉพาะแถบ The Crumbling Isle และ Windslar ที่มีจุดตกปลาเยอะเป็นพิเศษ
- เยี่ยมชมสวนชุมชนและลานหมากรุกที่ Olde Platz พื้นที่พักผ่อนกลางแจ้งที่ซิมส์มักมาปลูกพืชหรือเล่นหมากรุกฆ่าเวลากัน
จุดเด่นที่ต้องไปเยือน
Von Haunt Estate คือคฤหาสน์ประวัติศาสตร์ที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เดินชมได้ จุดเด่นคือเขาวงกตต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ปลูกและดูแลมาตั้งแต่สมัย Lord Bernard กับ Lady Mimsy รวมถึงสวนดอกไม้ ซุ้มแต่งงาน และลานหมากรุกในบริเวณเดียวกัน เป็นทำเลยอดฮิตสำหรับจัดงานแต่งงานในเกม
The Bluffs บนหน้าผา The Crumbling Isle เป็นจุดชมวิวทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องตำนานสัตว์ประหลาดทะเลนามว่า "Emily" เล่าขานกันว่า Emily โผล่มาให้เห็นทุกๆ 52 ปี คล้ายตำนานสัตว์ประหลาดล็อกเนสส์ของสกอตแลนด์ ทำให้จุดนี้กลายเป็นตำนานเมืองที่ผู้เล่นชอบเฝ้ารอลุ้นเจอ
Olde Platz ใจกลางเมืองแบบประวัติศาสตร์เหมาะกับการเดินเล่นชมสถาปัตยกรรมหินกรวดเก่าแก่ ส่วน Lykke Centre ริมทะเลที่ทันสมัยกว่าก็เหมาะกับการพักผ่อนแบบเงียบสงบหรือจัดปาร์ตี้ริมน้ำยามเย็น ทั้งสองย่านนี้ให้บรรยากาศที่ตัดกันชัดเจนภายในเมืองเดียว
เกร็ดความรู้
Windenburg ถือเป็น world ที่ใหญ่และมีประชากรมากที่สุดใน The Sims 4 ด้วยจำนวน lot รวม 27 แปลง และผู้อยู่อาศัยตั้งแต่เปิดเซฟใหม่มากถึง 26 คน มากกว่า world ทั่วไปในเกมอย่างชัดเจน
เรื่องราวไฟไหม้ Von Haunt Estate เมื่อปี 1898 เล่าว่า Lord Bernard วาดภาพสีน้ำไม่ถูกใจแล้วเผาทิ้งจนไฟลามไปทั้งคฤหาสน์ Lady Mimsy ที่กำลังหลับอยู่เลยติดอยู่ในกองเพลิงไปด้วยกัน ปัจจุบันชาวเมืองยังคงเรียกวิญญาณของเธอว่า "The Green Lady" เพราะมักปรากฏตัวดูแลสวนดอกไม้อยู่เสมอ
ตระกูล Monty และ Capp ที่มีธีมคล้าย Romeo & Juliet ไม่ได้ผูกกับ Windenburg โดยตรงตามที่เข้าใจกันทั่วไป จุดกำเนิดจริงคือ Veronaville ในภาคก่อน และปัจจุบันย้ายไปอยู่โลก Ondarion ในแพ็คขยายรุ่นหลังแทน ผู้เล่นที่อยากตามรอยเรื่องราวคู่รักต้องห้ามคู่นี้ควรไปหาที่โลกนั้นแทนที่จะตามหาใน Windenburg
ทีมออกแบบวาง concept เมืองนี้ไว้ว่า "Tudor Modern" ผสมสถาปัตยกรรมโครงไม้แบบ Fachwerkhaus ของเยอรมนีตอนกลางถึงตอนใต้เข้ากับความทันสมัยของเมืองยุคปัจจุบัน ส่วนซากปรักหักพังทั่วเมืองก็ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมกอธิกของยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนีและเดนมาร์ก เพื่อสื่อถึงความเก่าแก่ของเมือง
แหล่งอ้างอิง
- sims.fandom.com/wiki/Windenburg
- keengamer.com: The Sims 4 Windenburg World Guide
- snootysims.com: The Sims 4 Windenburg: Lots, Families, and Key Features
- sims.fandom.com/wiki/Von_Haunt_Estate
- sims.fandom.com/wiki/Mimsy
- sims.fandom.com/wiki/The_Bluffs
- sims.fandom.com/wiki/Sea_monster
- sims.fandom.com/wiki/Ancient_Ruins_(neighborhood)
- sims.fandom.com/wiki/Monty_family
- sims.fandom.com/wiki/The_Sims_4:Royalty%26_Legacy
- teoalida.com/thesims/windenburg
