Innisgreen

Innisgreen คือโลกใหม่ที่มาพร้อม The Sims 4: Enchanted by Nature พาชาวซิมไปสัมผัสธรรมชาติสไตล์ไอริชเต็มรูปแบบ ทั้งแนวชายฝั่งหินที่ได้แรงบันดาลใจจาก Giant’s Causeway ป่าสมุนไพรที่ปกคลุมด้วยหมอกและลำธาร และย่านนางฟ้าที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าลึก บรรยากาศทั้งโลกแน่นไปด้วยกลิ่นอายเซลติกตั้งแต่ชื่อสถานที่ (ที่แปลมาจากคำไอริชจริงๆ) ยันเควสปริศนาที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ให้ตามหา

กำเนิดจาก Enchanted by Nature

Innisgreen มาพร้อม The Sims 4: Enchanted by Nature เอ็กซ์แพนชั่นแพ็คลำดับที่ 19 ของเกม วางจำหน่ายวันที่ 10 กรกฎาคม 2025 เป็น world ประเภท Residential ที่สร้างบ้านอยู่อาศัยได้ตามปกติทุกล็อต ไม่มีข้อจำกัดแบบ world พิเศษบางใบ ทีมออกแบบระบุว่าตั้งใจดึงสถาปัตยกรรมและความงามแบบไอริชกับศิลปะเซลติกมาผสมกับธีมธรรมชาติและแฟนตาซี ทำให้ Innisgreen กลายเป็นโลกที่เน้นเวทมนตร์ธรรมชาติชัดเจนที่สุดใบหนึ่งของ The Sims 4

ตามข้อมูลของทีมพัฒนา แผนที่ Innisgreen มีทั้งหมด 14 ล็อต แบ่งเป็นล็อตที่อยู่อาศัย 8 ล็อต ล็อตชุมชน 4 ล็อต และล็อตว่างอีก 2 ล็อต ล็อตที่ใหญ่ที่สุดคือล็อตที่อยู่อาศัยขนาด 64×64 ในย่าน Sprucederry Grove ส่วนล็อตที่เล็กที่สุดคือล็อตขนาด 20×20 ใน Everdew ที่ตั้งอยู่ในโพรงต้นไม้ยักษ์

ย่านต่างๆ ใน Innisgreen

Innisgreen แบ่งออกเป็น 3 neighborhood ที่มีคาแรกเตอร์ต่างกันชัดเจน เริ่มจาก Coast of Adhmor หมู่บ้านชายฝั่งที่ชื่อมาจากภาษาไอริช "ádh mór" แปลว่าโชคดี เป็นย่านที่ "ติดดิน" ที่สุดในสามย่าน มีถนนให้เดินเล่น มีโครงหินหกเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจจาก Giant’s Causeway ในไอร์แลนด์เหนือ และเป็นย่านที่ชาวเมืองนับถือโนม (gnome) กันเป็นพิเศษ จุดเด่นคือรูปปั้นโนมยักษ์กลางจัตุรัสเมืองและซากเรืออับปาง Wreck of Callyoch ที่เป็นอนุสรณ์การมาถึงของซิมกลุ่มแรกที่ไม่ใช่นางฟ้า ย่านนี้ยังมีกฎพิเศษคือห้ามนางฟ้าใช้ความสามารถนางฟ้าส่วนใหญ่ ยกเว้นการเทเลพอร์ตมาที่นี่เท่านั้น

ถัดมาคือ Sprucederry Grove ย่านชนบทสายโบฮีเมียนที่รักธรรมชาติ เหมาะกับซิมที่ชอบทำสวน ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตัวเอง และฝึกสกิล Apothecary ชื่อย่านนี้เชื่อว่ามาจากการผสมคำว่า Spruce (ต้นสน อ้างอิงถึง Spruce Almighty) กับคำไอริชโบราณ "derry" ที่แปลว่าต้นโอ๊ก มีลำธารไหลผ่านให้แช่น้ำ หาปลา และเก็บกบ

ปิดท้ายด้วย Everdew ย่านลึกลับที่สุดในสามย่าน เป็นบ้านของเหล่านางฟ้าและที่ตั้งของ Fairy Council บรรยากาศทั้งย่านมีมนตร์ขลังปนความลับ เป็นจุดศูนย์กลางของสาย Fairy ตั้งแต่สปริงเวทมนตร์ไปจนถึงพอร์ทัลลับที่ซ่อนอยู่ในป่า

ตัวละครเด่นใน Innisgreen

จากการค้นข้อมูล ยังไม่พบตัวละครหลักในจักรวาล The Sims ที่มีชื่อเสียงมาก่อนผูกกับ Innisgreen โดยตรง (ต่างจาก Glimmerbrook ที่มี Morgyn Ember เป็นตัวชูโรง) แต่ Enchanted by Nature ก็มาพร้อมตัวละครใหม่ที่ผูกกับโลกนี้แน่นหนา และมีหลายตัวที่เป็น "ตัวละครเก่าที่กลับมา" จากเกมภาคก่อนๆ ของแฟรนไชส์

ตัวละครระดับตำนานของ Innisgreen คือ Mother Nature กับ Spruce Almighty ทั้งคู่เคยเป็นคู่รักกันมาก่อนแต่หย่าขาดกันไปแล้ว โดย Spruce Almighty สร้างเหล่าโนมขึ้นมาเพื่อปกป้องวิถีธรรมชาติจากเทคโนโลยี ส่วน Mother Nature ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องดูแลธรรมชาติของทั้งโลกใบนี้ ส่วน Spruce Almighty เองต่างหากที่ยังคิดถึงความอบอุ่นของ Mother Nature และไม่หมดหวังที่จะได้คืนดีกันอีกครั้ง

ในฝั่งตัวละครที่ซิมพบเจอได้จริงระหว่างเล่น มี Todd Attenberry หรือ "Apothecary Todd" เจ้าของแผงขายเครื่องปรุงยา ซึ่งเป็นตัวละครที่กลับมาจาก The Sims: Makin’ Magic เกมภาคปี 2003 คู่กับ Elric DeMuray นางฟ้าคู่รักของเขาที่ยังลังเลกับธรรมชาติเวทมนตร์ในตัวเอง ทั้งคู่อาศัยอยู่ใน Sprucederry Grove

ที่ Everdew มี Iris Lapido มนุษย์สาวที่หนีออกจากบ้านครอบครัวสาย IT อย่าง Flora และ Ayo Lapido เพื่อมาตามหาชีวิตที่ผูกกับเวทมนตร์ธรรมชาติ อาศัยอยู่กับ Nadya Kishka นางฟ้าสาวสีชมพูฉูดฉาดที่มีอดีตคู่รักคือ Joe Trader พ่อค้าที่ขายของแบบไม่แน่ใจว่าได้มาถูกทางหรือเปล่า ครอบครัวนางฟ้าอีกครอบครัวคือ Titania กับ Oberon Summerdream และลูกสาว Mara Summerdream เด็กหญิงที่ฝันอยากเป็นราชินีนางฟ้าในอนาคต ตัว Mara เองก็เป็นตัวละครเก่าที่กลับมาเช่นกัน เคยปรากฏตัวใน The Sims: Makin’ Magic มาก่อนในชื่อ Faerie Queen Mara ก่อนจะถูกนำกลับมาเป็นเวอร์ชั่นเด็กในภาคนี้ ส่วน Oberon เองก็เป็นตัวละครที่กลับมาจาก The Sims 2

ส่วนงานดูแลย่านมี Care Ren ผู้ประสานงานของ Fairy Council ที่หน้าตาดูเข้มงวดแต่คบด้วยแล้วคุ้มค่า กับ Zhaleh Amani นางฟ้าผู้อาวุโสที่ชาวเมืองนับถือ และ Glen Nhoam พ่อค้าโนมสุดคลั่งไคล้ที่ Coast of Adhmor

กิจกรรมน่าสนใจที่ทำได้ใน Innisgreen

จุดขายใหญ่ที่สุดของ Innisgreen คือการเปิดทางให้ซิมธรรมดากลายเป็น Fairy ได้ผ่านกระบวนการในโลกนี้โดยตรง วิธีคือหาเมล็ดนางฟ้าจากการหาของป่า ถามนางฟ้าคนอื่น ทำเควส Fable ให้จบ หรือสั่งซื้อผ่านคอมพิวเตอร์ จากนั้นนำเมล็ดไปปลูกเพื่อเรียก Mother Nature ออกมา ขอพรจาก Mother Nature มากิน แล้วภายใน 24 ชั่วโมงต้องไปแช่ตัวที่สปริงเวทมนตร์ในย่าน Everdew เพื่อให้ร่างกลายเป็นนางฟ้าสมบูรณ์ เมื่อเป็นนางฟ้าแล้วจะไม่ต้องกินอาหารอีกต่อไป แต่ต้องดูดซับพลังงานอารมณ์จากคนรอบตัวแทน

อีกกิจกรรมเด่นคือระบบ Fables เควสปริศนาที่รับได้จาก 6 ตัวละครที่เรียกว่า Fabulist กระจายอยู่ทั่วทั้งสามย่าน รวมทั้งหมด 10 เควส เช่น เควสปลุกและปลอบใจรูปปั้นโนมยักษ์ที่หลับใหล เควสไขปริศนาเห็ด 4 ข้อใกล้ต้น Glaswood Tree หรือเควสที่ต้องนอนดินและเก็บอารมณ์บรรจุขวดให้ครบ ทำเสร็จแล้วได้ทั้งเงินซิโมเลียนและของรางวัลเฉพาะเควส เควสเหล่านี้ยังเป็นทางที่ทำให้ปลดล็อกกลไกความเชื่อและวงแหวนนางฟ้าในเกมด้วย

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสายทำสวนและปรุงยาที่ผูกกับ Sprucederry Grove โดยเฉพาะ ทั้งการปลูกพืชมหัศจรรย์แบบใหม่ที่ซื้อเมล็ดพันธุ์เฉพาะได้จากร้านในย่านนี้ การหาของป่าอย่างคริสตัลและสมุนไพรริมลำธาร และการปรุงเครื่องดื่ม/ยาที่แผงเครื่องปรุงลับที่ซ่อนอยู่ในย่าน ใครอยากลองพลังนางฟ้าเต็มตัวก็ไปที่ Mossveil Fairy Hub ใน Everdew ได้ ที่นั่นมีทั้งจุดเรียนรู้ประวัติศาสตร์นางฟ้า จุดเก็บผงนางฟ้า และบริการแปลงร่างครบวงจร

จุดเด่นที่ต้องไปเยือน

The GNOM Exhibit พิพิธภัณฑ์ประจำเมืองใน Coast of Adhmor ชื่อเต็มคือ Gallery of Notable and Ornamental Miniatures มีทั้งชั้นหนังสือ หอคอยประภาคารเก่า มุมวาดรูป และโต๊ะปรุงยา Apothecary ให้ใช้งาน เป็นจุดรวมความรู้เรื่องโนมของทั้งเมือง

Whistling Thistle Gardens สวนสาธารณะใน Sprucederry Grove ที่ปลูกพืชผลโปรดของชาวเมืองมานานหลายปี เหมาะกับกิจกรรมเล่นหมากรุก วาดรูป ถ่ายภาพ และทำสวน บรรยากาศแสงธรรมชาติในสวนช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้ดี

Gringle’s บาร์ประจำ Sprucederry Grove ที่เป็นจุดนัดพบยอดฮิตของชาวเมืองหลังเลิกงานปรุงยา มีเวทีเล็กๆ ให้ฝึกดนตรีและร้องเพลง

Starsong Lounge เลานจ์บรรยากาศลึกลับใน Everdew ตกแต่งด้วยธีมนางฟ้า มีเปียโน ไมค์ร้องเพลง สวนโดยรอบ และซุ้มจัดงานแต่งงาน

Mossveil Fairy Hub พื้นที่รวมตัวของสายนางฟ้าโดยเฉพาะใน Everdew เป็นทั้งศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์นางฟ้า จุดเก็บผงนางฟ้า และจุดให้บริการแปลงร่างเป็นนางฟ้าอย่างเป็นทางการ

เกร็ดความรู้

ชื่อสถานที่เกือบทั้งหมดใน Innisgreen มาจากคำไอริชหรือเซลติกจริงๆ ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ อย่าง Adhmor ที่แปลว่าโชคดี หรือ Sprucederry ที่ผสมคำว่าต้นสนกับคำไอริชโบราณที่แปลว่าต้นโอ๊ก สะท้อนว่าทีมออกแบบตั้งใจใส่ใจรายละเอียดเชิงวัฒนธรรมมากเป็นพิเศษกับโลกใบนี้

อีกจุดที่แฟนๆ ชอบพูดถึงคือโครงหินหกเหลี่ยมริมชายฝั่ง Coast of Adhmor ที่จำลองมาจาก Giant’s Causeway สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของไอร์แลนด์เหนือในโลกจริง ทำให้ Innisgreen เป็นหนึ่งใน world ของ The Sims 4 ที่อ้างอิงภูมิศาสตร์จริงได้ชัดเจนที่สุด

ส่วนตัวละคร Todd Attenberry กับ Oberon Summerdream ก็นับเป็นมุกเซอร์ไพรส์เล็กๆ สำหรับแฟนเก่าแก่ของแฟรนไชส์ เพราะทั้งคู่เป็นตัวละครที่ถูกดึงกลับมาจากเกมภาคก่อนหน้าคนละยุคกัน (Makin’ Magic ปี 2003 และ The Sims 2) มาปรากฏตัวใหม่ในโลกนางฟ้าใบนี้

แหล่งอ้างอิง