The Sims 3
The Sims 3 เป็นภาคเดียวในซีรีส์หลักที่กล้าทำสิ่งที่ทั้งภาคก่อนหน้าและภาคหลังไม่เคยทำอีก: ตัดกำแพงโหลดระหว่างล็อตออกทั้งหมด แล้วให้ซิมส์เดินทั่วทั้งเมืองได้แบบไร้รอยต่อ แนวคิดนี้ไม่เคยถูกนำกลับมาใช้อีกเลยในภาคหลัง มีแค่ The Sims 3 เท่านั้นที่กล้าทำ open world เต็มรูปแบบ
ระบบ Create-A-Style และ Create-A-Sim
The Sims 3 เป็นภาคแรกที่ให้ผู้เล่นกำหนดลักษณะนิสัย (Traits) ของซิมส์ได้สูงสุดถึง 5 ข้อ แทนที่จะเลือกจากกลุ่ม Personality Points แบบภาคแรก ระบบ Create-A-Style ก็เปิดตัวครั้งแรกในภาคนี้ ให้ผู้เล่นกำหนดสีและลวดลายของเฟอร์นิเจอร์และวัตถุเกือบทุกชิ้นในเกมได้เอง
Expansion Pack ทั้ง 11 ชุด
The Sims 3 มี Expansion Pack ออกตามหลังมากที่สุดในบรรดาภาคหลักของซีรีส์คือ 11 ชุด ตั้งแต่ World Adventures, Ambitions, Late Night, Generations, Pets, Showtime, Supernatural, Seasons, University Life, Island Paradise จนถึง Into the Future ซึ่งมากกว่าทุกภาคอื่นในซีรีส์หลัก
Stuff Pack ของ The Sims 3 มีออกมาทั้งหมด 9 ชุด ตั้งแต่ High-End Loft Stuff จนถึง Movie Stuff ซึ่งหลายชุดเน้นเนื้อหาเชิงเอกลักษณ์เช่น Katy Perry’s Sweet Treats และ Diesel Stuff ซึ่งเป็นการร่วมมือกับแบรนด์ภายนอกโดยตรงเป็นครั้งแรกของซีรีส์
ระบบ Story Progression
The Sims 3 เป็นภาคแรกที่มีระบบ Story Progression ซึ่งทำให้ NPC ที่ผู้เล่นไม่ได้ควบคุมโดยตรงดำเนินชีวิตต่อไปเองโดยอัตโนมัติ เช่น แต่งงาน มีลูก หรือเปลี่ยนงาน แม้ผู้เล่นจะไม่ได้ควบคุมตัวละครเหล่านี้โดยตรง ซึ่งแตกต่างจากภาคก่อนหน้าที่เมืองมีขนาดเล็กกว่าและจำกัดจำนวน NPC ที่หยุดนิ่งอยู่ได้
การต้อนรับจากนักวิจารณ์และเวอร์ชันมือถือ
The Sims 3 ได้คะแนนจากสื่อเกมหลายสำนักเมื่อวางจำหน่ายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะระบบ Open World และ Create-A-Style ที่เป็นจุดเด่นเฉพาะของภาคนี้ นอกจากนี้เกมยังมีเวอร์ชันมือถือของตัวเองที่แยกออกมาต่างหากจากภาค PC เนื่องจากข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์มือถือในช่วงเวลานั้น
การต้อนรับจากชุมชน
เมื่อเทียบกับ The Sims 4 ที่ตัดระบบ Open World ออกไป แฟนจำนวนมากยังคงมองว่า The Sims 3 คือภาคที่ให้อิสระในการสำรวจเมืองมากที่สุดของซีรีส์ แม้กราฟิกส์จะดูเก่ากว่าภาคหลังก็ตาม เนื่องจากการตัดกำแพงโหลดออกทั้งหมดต้องแลกมาด้วยการลดความซับซ้อนของ AI และข้อมูลโลกที่หน่วงหนักขึ้นมาก ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ The Sims 4 เลือกกลับไปใช้ระบบล็อตแยกเหมือนภาคแรกและภาคสองแทน
แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากแฟนกลุ่มหนึ่งอยู่เสมอเกี่ยวกับการตัดระบบ Open World ออกจาก The Sims 4 แต่เมื่อมองย้อนกลับไปที่ตัวเกม The Sims 3 เอง ก็มีข้อจำกัดด้านการโหลดที่นานขึ้นระหว่างการสลับการตีกลางคืนและกลางวันที่ช้ากว่าภาคอื่นค่อนข้างชัดเจน ซึ่งเป็นข้อต่อรองที่ต้องแลกมากับข้อดีของระบบ Open World ที่ไม่มีการโหลดเลย
เมืองต่างๆ ของ The Sims 3 เช่น Sunset Valley, Riverview และ Bridgeport จำลองสภาพแวดล้อมของเมืองจริงในสหรัฐฯ ซึ่งหลายเมืองตั้งแต่ภาคนี้ยังคงถูกนำมาใช้อ้างอิงหรือสร้างใหม่ในภาคหลังของซีรีส์ต่อมา
แฟนของ The Sims 3 มักมองว่าภาคนี้คือจุดสมดุลที่ดีที่สุดของซีรีส์ระหว่างความอิสระกับความลึกของเนื้อหา เนื่องจากภาคก่อนหน้าเน้นเนื้อหาเชิงครอบครัว ส่วนภาคหลังเน้นการสำรวจโลกแบบอิสระมากกว่า
แม้เวอร์ชันมือถือของ The Sims 3 จะมีข้อจำกัดด้านเนื้อหาเมื่อเทียบกับภาค PC เนื่องจากข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์มือถือในช่วงเวลานั้น แต่ก็เป็นหนึ่งในสองภาคเท่านั้นของซีรีส์หลัก (อีกภาคคือ The Sims Mobile ที่เป็นคนละโปรเจกต์) ที่วางจำหน่ายเวอร์ชันมือถือของตัวเองเคียงกับภาค PC โดยตรง
เบื้องหลังการพัฒนา
EA ยืนยันการมีอยู่ของ The Sims 3 อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่พฤศจิกายน 2006 โดยทีมงาน Redwood Shores ของ Maxis รับหน้าที่หลัก กำหนดการพัฒนาเดิมคือวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2009 แต่ EA ชะลออกไปเป็นวันที่ 2 มิถุนายน 2009 โดยให้เหตุผลเรื่อง “สร้างกระแสตื่นตัวเพิ่ม” ก่อนวางจำหน่ายจริง ซึ่งกลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่เห็นผลจริง: สัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายขายได้ 1.4 ล้านชุด กลายเป็นการเปิดตัวเกม PC ที่เร็วที่สุดของ EA ในขณะนั้น และปิดท้ายปีด้วยยอดขายสูงสุดของปี 2009 สำหรับเกม PC ทั่วโลก
หนึ่งในของทีมงานเบื้องหลังที่น่าสนใจคือ Richard Evans นักวิจัยด้าน AI ซึ่งขึ้นพูดในงาน AIIDE (Artificial Intelligence and Interactive Digital Entertainment) เมื่อกรกฎาคม 2007 เกี่ยวกับการออกแบบระบบ AI เบื้องหลังของ The Sims 3 ที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม เพื่อรองรับการที่ซิมส์ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาในโลกที่ไม่มีการโหลดหน้าเป็นช่วงๆ อีกต่อไป
เกร็ดความรู้
- เป็นภาคเดียวในซีรีส์หลักที่มีเวอร์ชันมือถือออกโดยกำหนดเคียงกันกับ PC
- ระบบ “Create a Style” ที่ให้ผู้เล่นกำหนดลวดลาย/สีของเกือบทุกสิ่งเองได้ เป็นหนึ่งในจุดที่แฟนเรียกร้องมากที่สุดเมื่อถูกตัดออกใน The Sims 4
- The Sims 3 มีเวอร์ชันมือถือแยกต่างหากของตนเองอย่างสิ้นเชิง เพราะข้อจำกัดด้านพลังประมวลทำให้ระบบเปิดโลกเต็มรูปแบบทำไม่ได้
