The Sims 2: Open for Business

จากขาตั้งเขียนภาพ (Easel) ที่เคยเป็นเพียงของตกแต่งเล็ก ๆ ในโหมดสร้างสรรค์ของเกมหลัก ซิมส์ก็สามารถผันตัวเป็นเจ้าของธุรกิจเต็มรูปแบบได้ผ่าน The Sims 2: Open for Business Expansion Pack ตัวที่สามของซีรีส์ ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าของเกมจากการจำลองชีวิตไปสู่เกมจำลองธุรกิจ (Tycoon) เต็มรูปแบบ

เบื้องหลัง

Open for Business วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2006 เป็น Expansion Pack ตัวที่สามของ The Sims 2 โดยถูกทีเซอร์ไว้ใน Nightlife ตั้งแต่เดือนกันยายน 2005 ก่อนจะประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2006 แนวคิดเริ่มต้นของแพ็คนี้มาจากความนิยมของขาตั้งเขียนภาพในเกมหลักที่ให้ซิมส์วาดภาพแล้วนำไปขายได้ ทีมงานต้องการขยายตัวเลือกด้านงานสร้างสรรค์และการผลิตในเกมหลักให้กว้างขึ้น แต่ระหว่างการพัฒนาแนวคิดนี้ค่อย ๆ ขยายกลายเป็นเกมจำลองธุรกิจเต็มรูปแบบที่ซับซ้อนกว่าเดิมมาก

ระหว่างการพัฒนา EA เคยมีแนวคิดจะใส่การโฆษณาแบรนด์จริงเข้ามาในเกม แต่ Julie Shumaker ผู้อำนวยการด้านการขายโฆษณาในเกมของบริษัทให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่าเธอสรุปว่าการทำเช่นนั้นจะทำลายประสบการณ์ของผู้เล่น เนื่องจากจะ “ทำลายจินตนาการของ The Sims” จึงตัดสินใจยกเลิกแนวคิดนี้ไป และให้ทุกแบรนด์สินค้าในเกมเป็นแบรนด์สมมติขึ้นมาเองทั้งหมด

ระบบเกมเพลย์ใหม่: ระบบธุรกิจและการเติบโต

Open for Business เพิ่มมิติแบบเกม Tycoon เข้ามาในเกมหลัก ซิมส์สามารถเปิดกิจการจากที่บ้านหรือที่ล็อตชุมชนได้โดยตรง ระบบการเติบโตใหม่มีหลายชั้น เช่น Talent Badges ที่ติดตามความก้าวหน้าด้านทักษะธุรกิจ Business Rank ที่วัดความสำเร็จจากความจงรักภักดีของลูกค้า และ Business Perk ซึ่งเป็นของรางวัลหรือทักษะพิเศษที่ซิมส์จะได้รับเมื่อบริหารธุรกิจจนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้เกมยังเพิ่มย่านย่อยประเภทใหม่คือ Shopping District โดยมี Bluewater Village เป็นตัวอย่างที่สร้างสำเร็จรูปมาให้แล้ว พร้อมครอบครัวที่เปิดธุรกิจของตัวเองอยู่ก่อนแล้วอย่างครอบครัว Tinker ที่ดูแลร้านของเล่นในหมู่บ้าน

เผ่าพันธุ์ใหม่: เซอร์โว (Servo)

หนึ่งในความแปลกใหม่ที่น่าสนใจของ Open for Business คือการเพิ่มชีวิตรูปแบบใหม่ที่เรียกว่าเซอร์โว (Servo) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ซิมส์สามารถสร้างขึ้นเองได้จากโต๊ะสร้างหุ่นยนต์ (Robot Creation Bench) โดยต้องมี Talent Badge ระดับทองและใช้เงิน 3,000 ซิมโมเลียนในการสร้าง ซิมส์สามารถเลือกขายเซอร์โวในธุรกิจของตัวเอง หรือเปิดใช้งานให้เซอร์โวกลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวแทนก็ได้ ซึ่งเป็นมิติที่แปลกใหม่สำหรับซีรีส์ในช่วงเวลานั้น การมีเซอร์โวเป็นสมาชิกครอบครัวให้มิติแปลกใหม่กับเรื่องราวครอบครัวที่เข้มข้นกว่าเดิม เนื่องจากสามารถกำหนดได้ว่าจะให้เซอร์โวทำงานหรือใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ทั่วไป

ทำไม Open for Business จึงเปลี่ยนวิธีเล่นของแฟน

ก่อนหน้านี้การหาเงินของซิมส์อาศัยเพียงอาชีพประจำของเกมหลักเท่านั้น Open for Business เปิดโอกาสให้ซิมส์สร้างรายได้จากการขายสินค้าที่ทำเองโดยตรง เช่น งานฝีมือ งานเพนต์ หรืออาหาร ซึ่งเป็นเส้นทางเกมที่ต่อมาถูกนำมาขยายใน The Sims 3: Ambitions และ The Sims 4: Get to Work อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น การที่ซิมส์สามารถทำกำไรจากการขายของที่ตัวเองทำเองกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แพ็คนี้เป็นที่จดจำของแฟนเกมสายจำลองชีวิตอยู่เสมอมา

สิ่งที่ห้ามพลาด

  • เปิดธุรกิจแรกจากที่บ้านหรือที่ล็อตชุมชน
  • สร้างเซอร์โวจากโต๊ะสร้างหุ่นยนต์
  • สำรวจ Bluewater Village ย่านช้อปปิ้งดิสทริกต์
  • สะสม Talent Badge เพื่อปลดล็อก Business Perk ใหม่

เกร็ดความรู้

  • Open for Business เป็นเกมพีซีขายดีอันดับ 3 ของปี 2006 รองจาก World of Warcraft และ The Sims 2 ภาคหลัก
  • ไอเดียขาตั้งเขียนภาพเป็นจุดเริ่มต้นของระบบธุรกิจทั้งหมด
  • ได้รับ Gold ELSPA Sales Award จากยอดขายกว่า 200,000 ชุดในสหราชอาณาจักร

การขายสินค้าและการจ้างพนักงาน

การขายสินค้าใน Open for Business ทำได้ทั้งวางขายหน้าร้านและผ่านเคาน์เตอร์เก็บเงิน ซิมส์ที่ยืนประจำเคาน์เตอร์สามารถต้อนรับและแนะนำสินค้าให้ลูกค้าที่เดินผ่านมา ซึ่งเป็นกลไกการขายที่เน้นปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากกว่าแข่งกันที่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว ซิมส์ยังสามารถจ้างพนักงานหรือดึงสมาชิกในครอบครัวมาช่วยเป็นหุ้นส่วนบริหารกิจการ ทำให้ดูแลร้านหลายสาขาพร้อมกันได้สะดวกขึ้น ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่ซีรีส์ยังไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้

เซอร์โวกับคำถามเชิงจริยธรรม

ในแง่การออกแบบเกม เซอร์โวเป็นการทดลองเส้นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ของสิ่งมีชีวิตประดิษฐ์ เช่น จะให้เซอร์โวเป็นเพียงแรงงานในร้านหรือให้สิทธิ์เท่าเทียมกับสมาชิกครอบครัวคนอื่น ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นตัดสินใจเชิงจริยธรรมได้หลากหลายมากขึ้นภายในกรอบของเกมจำลองชีวิต

แหล่งอ้างอิง