The Sims 3: Supernatural
ช่วงต้นทศวรรษ 2010 เป็นช่วงที่วัฒนธรรมป็อปเต็มไปด้วยเรื่องเหนือธรรมชาติ: Twilight เรื่องแวมไพร์หนุ่มกำลังโด่งดัง True Blood ครองบ้านจอทีวี ส่วน Harry Potter ก็เพิ่งปิดฉากชุดสุดท้ายไปหมาด ๆ EA จึงจับจังหวะนี้มาทำ The Sims 3: Supernatural เปิดทางให้ซิมส์ทุกคนได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติได้อย่างเต็มตัว
เบื้องหลังการพัฒนา
Supernatural วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2012 ในอเมริกาเหนือ เป็น Expansion Pack ลำดับที่ 7 ของ The Sims 3 ทีมงานออกแบบโดยตั้งใจรวมเอาเหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติหลากหลายชนิดมารวมไว้ในแพ็คเดียว ต่างจาก The Sims 2 ที่แต่ละสายพันธุ์ถูกแยกกระจายอยู่คนละ Expansion Pack เช่น มนุษย์หมาป่าใน Pets และแม่มดใน Apartment Life
เผ่าพันธุ์ใหม่: สายพันธุ์เหนือธรรมชาติทั้งหมด
Supernatural เปิดตัวให้ซิมส์เล่นเป็นแม่มด (Witch) พ่อมด (Wizard) มนุษย์หมาป่า (Werewolf) ซอมบี้ (Zombie) และผี (Ghost) โดยแต่ละชนิดมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังเพิ่มเฟชี่ (Fairy) ที่สามารถย่อตัวเล็กลงได้ ส่วนมนุษย์หมาป่ามีประสาทสัมผัสที่เฉียบคมช่วยให้ตามล่าสิ่งของหายงานพิเศษได้ แพ็คนี้ยังปรับปรุงระบบแวมไพร์ที่เคยมีใน Late Night ให้มีความลึกซึ้งมากขึ้น
ซิมส์สามารถผสมยาซอมบี้ฟิเคชั่น (Zombification) จากแท่นเล่นแร่แปรธาตุเพื่อเปลี่ยนสถานะกลายเป็นซอมบี้ได้ชั่วคราว หรือซิมส์พ่อมด/แม่มดสามารถร่ายคาถาสัมผัสเมิดาส (Midas Touch) เพื่อเปลี่ยนซิมส์อีกคนให้กลายเป็นทองคำได้ชั่วคราว เมืองใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ มูนไลต์ฟอลส์ (Moonlight Falls) เมืองที่พลังพิเศษของซิมส์จะแปรผันตามข้างขึ้นข้างแรม ตั้งอยู่บนหน้าผาที่ล้อมรอบด้วยหมอกควันหนา
นอกจากนี้ Supernatural ยังเพิ่มอาชีพนักทำนายดวง (Fortune Teller) ที่แบ่งเป็นสองสาย คือ สายลึกลับ (Mystic) และสายต้มตุ๋น (Scam Artist) รวมถึงทักษะเล่นแร่แปรธาตุ (Alchemy) ที่ให้ซิมส์ผสมยาพิเศษ (Elixir) จากสมุนไพรที่เก็บมาได้ขณะออกสำรวจ และประกอบอาชีพอิสระเป็นนักปรุงยาได้ด้วยตัวเอง
การเป็นแม่มดหรือพ่อมดใน The Sims 3: Supernatural ช่วยให้ซิมส์ร่ายคาถา (Spells) ได้หลากหลายสูตร ทั้งคาถาเสริมโชคและคาถาทำร้ายคู่แข่ง เช่นการเนรมิตหรือการทำให้อีกฝ่ายเป็นหนู โดยเวทมนตร์มีความเสี่ยงที่การสะกดจิตหรือคาถาจะเกิดผลกระทบที่ไม่คาดคิด ซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญของการเล่นเป็นแม่มด
สิ่งที่ห้ามพลาด
หากอยากลองเนื้อหาทั้งหมดของ Supernatural อย่างคุ้มค่า ควรลองเลี้ยงซิมส์สกุลครอบครัวเดียวกันให้ครบทุกชนิด เช่นแม่มดหนึ่งคนจับคู่กับมนุษย์หมาป่า เพื่อดูความขัดแย้งของการใช้เวทมนตร์กับพลังดิบ สำหรับคนที่ชอบการปลูกพืช การพัฒนาสวนอัลกเมียพร้อมเรือนกระดูกเป็นกิจกรรมที่คุ้มค่าเวลามาก ส่วนคนที่อยากทดลองมุมมองต่างออกไป การเดินทางไปมูนไลต์ฟอลส์ช่วงเวลาพระจันทร์เต็มดวงจะเปิดเหตุการณ์พิเศษที่ไม่ควรพลาด
ซิมส์ที่เป็นซอมบี้จะเคลื่อนไหวช้า เสียความควบคุมตนเองบางส่วน แต่ก็มีความหิวโหยสมองกินเนื้อสดของซิมส์อื่นเพื่อเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นซอมบี้เช่นกัน กลไกนี้ต่างจากซอมบี้ใน The Walking Dead ที่เน้นความอันตรายคงเป็นหลัก ซอมบี้ใน The Sims 3 ยังคงกิจกรรมประจำวันอยู่ได้เหมือนซิมส์ทั่วไป เพียงแต่มีรูปลักษณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเท่านั้น
นอกจากชีวิตทางเลือกแล้ว แพ็คนี้ยังเพิ่มเครื่องดื่มมนต์ (Potions) หลากหลายชนิด ที่ซิมส์ทุกคนสามารถดื่มได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งมีชีวิต ดื่มมนต์บางชนิดเปลี่ยนสีผมชั่วคราว บางชนิดทำให้สมสมบัติโหดมากขึ้นชั่วคราว หรือแม้กระทั่งทำให้ตัวเล็กลงชั่วคราวก็มีให้ทดลองด้วย
เฟชี่ในเกมนี้มีการออกแบบให้ดูมีเสน่ห์และมีมิติมากกว่าเป็นเพียงตัวเล็กสีสดใส มีการผสมผสานความน่ารักและความลึกลับเข้ากันอย่างน่าสนใจ ความสามารถย่อส่วนตัวของเฟชี่ช่วยให้ซิมส์เข้าถึงพื้นที่แคบเล็กหรือซอกมุมที่ซิมส์ขนาดปกติเข้าไม่ถึงได้
เมืองมูนไลต์ฟอลส์ออกแบบโกธิกเข้มข้นกว่าเมืองอื่น ๆ ใน The Sims 3 เพื่อสะท้อนธีมเหนือธรรมชาติของแพ็คโดยตรง ป่าทึบที่มีหมอกควันหนาเกาะอยู่เต็มไปหมด สะท้อนความตั้งใจของทีมงานเรื่องพลังของดวงจันทร์ที่มีต่อชีวิตเหนือธรรมชาติอย่างเต็มตัว
เกร็ดนี้สะท้อนให้เห็นว่าทีมงานกล้าที่จะผสมชีวิตทางเลือกหลากหลายเข้าด้วยกันในแพ็คเดียว แทนที่จะแยกกระจายไปตาม Expansion Pack ต่าง ๆ เหมือนที่เคยทำใน The Sims 2
เหมาะสำหรับแฟนที่ชื่นชอบจินตนาการและการสร้างตัวละครโดยเฉพาะ
เกร็ดความรู้
Supernatural นับเป็นหนึ่งในโครงการที่รวมชีวิตเหนือธรรมชาติหลากหลายที่สุดของ The Sims จนถึงทุกวันนี้ แนวคิดนี้ถูกนำมาต่อยอดใน The Sims 4 โดยแยกชีวิตทางเลือกออกเป็น Game Pack เช่น Vampires และ Realm of Magic แทนที่จะรวมทุกอย่างไว้ในแพ็คเดียวเหมือนที่ทำใน The Sims 3
