The Sims: Livin’ Large

ถ้าย้อนกลับไปปี 2000 ตอนที่ The Sims ภาคแรกยังใหม่หมาด แฟนเกมหลายคนคงจำได้ว่าเกมต้นฉบับมีโทนที่ค่อนข้างเป็นกลาง เน้นจำลองชีวิตประจำวันแบบตรงไปตรงมา แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อ Livin’ Large วางจำหน่าย เพราะนี่คือ Expansion Pack ตัวแรกของซีรีส์ที่กล้าใส่ความประหลาดและอารมณ์ขันแบบสุดโต่งเข้าไปในเกม จนกลายเป็นต้นแบบของโทนตลกเพี้ยนที่ The Sims ใช้มาจนถึงทุกวันนี้

เบื้องหลัง

Livin’ Large วางจำหน่ายในอเมริกาเหนือวันที่ 27 สิงหาคม 2000 และในยุโรปวันที่ 8 กันยายนปีเดียวกัน ในชื่อ The Sims: Livin’ It Up สำหรับตลาดยุโรป ทีมออกแบบตั้งใจให้แพ็คนี้มีโทน “novel humour” หรืออารมณ์ขันแปลกใหม่ที่ตัดกับความเป็นกลางของเกมหลัก Will Wright ผู้สร้างเกมยังคงเป็นผู้กำหนดทิศทางกว้าง ๆ แต่ลดบทบาทลงเพื่อไปโฟกัสกับการพัฒนา The Sims Online ทำให้ Chris Trottier ในฐานะผู้ออกแบบร่วมเข้ามารับผิดชอบรายละเอียดการพัฒนาแพ็คนี้มากขึ้น EA ยังได้ดึงสตูดิโอภายนอกอย่าง New Pencil Incorporated เข้ามาช่วยสร้างแอสเซตใหม่สำหรับ Livin’ Large และ Expansion Pack ในอนาคต โดยใช้ระบบไลบรารีของแอสเซตเพื่อให้การพัฒนาชุดของตกแต่งและสถาปัตยกรรมที่มีลุคเดียวกันทำได้เร็วขึ้น

อาชีพใหม่: อาชีพและของตกแต่งที่เปลี่ยนวิธีเล่น

Livin’ Large เป็นแพ็คที่เน้นเนื้อหาใหม่แบบจัดเต็ม ด้วยไอเทมใหม่กว่า 125 ชิ้นในโหมด Buy Mode ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับ Expansion Pack ยุคแรกของซีรีส์ ไอเทมที่โดดเด่นที่สุดคือตะเกียงวิเศษที่เมื่อถูกันจะเรียกจินออกมาประทานพร คำอธิษฐานอาจสำเร็จหรือย้อนกลับมาทำร้ายซิมส์ก็ได้ตามแต่โชค นอกจากนี้ยังมีห้องแล็บเคมีที่ผลิตยาน้ำได้ทั้งชนิดที่ให้ผลดีและผลร้าย และหุ่นยนต์ผู้ช่วยบ้านที่ทำงานบ้านแทนซิมส์ได้ ด้านอาชีพ แพ็คนี้เพิ่มเส้นทางอาชีพใหม่ห้าสาย ได้แก่ Slacker (นักเกียจคร้าน) Hacker (แฮกเกอร์) Journalist (นักข่าว) Paranormal (นักสืบเหนือธรรมชาติ) และ Musician (นักดนตรี) ซึ่งแต่ละสายมีอีเวนต์และของใช้เฉพาะทางที่ผูกกับอาชีพนั้นโดยตรง ทำให้การเล่นสายอาชีพมีสีสันมากกว่าเดิม

Vibromatic Heart Bed และตัวตลกผู้โศกเศร้า

หนึ่งในไอเทมที่เป็นที่จดจำที่สุดของ Livin’ Large คือ Vibromatic Heart Bed เตียงทรงหัวใจสั่นสะเทือนที่เปิดให้ซิมส์ชายและหญิงที่มีความสัมพันธ์แบบรักใคร่สามารถมีความใกล้ชิดกันได้เป็นครั้งแรกในซีรีส์ ซึ่งอาจนำไปสู่การตั้งครรภ์ได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของระบบความสัมพันธ์เชิงลึกที่ The Sims พัฒนาต่อยอดมาตลอดทุกภาคหลังจากนี้ อีกตัวละครที่โด่งดังไม่แพ้กันคือ Tragic Clown ตัวตลกผู้โศกเศร้าที่จะปรากฏตัวขึ้นเองเมื่อผู้เล่นวางภาพวาด “Tragic Clown” ไว้ในบ้านและมีซิมส์อยู่ในบ้านนั้น ตัวตลกจะพยายามเล่นมุกและกายกรรมต่าง ๆ เพื่อทำให้ซิมส์หัวเราะ แต่จะล้มเหลวทุกครั้งอย่างน่าเวทนา ชื่อ “ตัวตลกผู้โศกเศร้า” เป็นชื่อที่ทีมงาน TheSimsClub เป็นคนตั้งขึ้นเพื่อสื่อความหมายของตัวละครนี้ให้ผู้อ่านชาวไทยเข้าใจง่ายขึ้น ไม่ใช่ชื่อทางการจากผู้พัฒนา

ทำไม Livin’ Large ถึงกลายเป็นต้นแบบของ Expansion Pack รุ่นหลัง

ก่อนหน้า Livin’ Large ยังไม่มีสูตรตายตัวว่า Expansion Pack ของ The Sims ควรมีอะไรบ้าง แพ็คนี้จึงกลายเป็นพิมพ์เขียวที่ทีมงานใช้อ้างอิงต่อมา ทั้งการผสมของแปลกใหม่เข้ากับของใช้จำเป็น การเพิ่มอาชีพเฉพาะทาง และการเล่ากับผู้เล่นผ่านวัตถุที่มีคาแรกเตอร์ในตัวเองอย่างตะเกียงวิเศษหรือตัวตลกผู้โศกเศร้า แนวทางที่ใช้ระบบไลบรารีแอสเซตเพื่อเร่งการผลิตก็กลายเป็นวิธีมาตรฐานที่ EA ใช้กับ Expansion Pack ตัวต่อ ๆ มาของ The Sims ทั้งภาคแรกและภาคหลัง เพราะช่วยให้ทีมงานสร้างชุดของตกแต่งที่มีธีมเดียวกันได้เร็วโดยไม่ต้องออกแบบใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง

สิ่งที่ห้ามพลาด

  • ลองถูตะเกียงวิเศษดูผลลัพธ์แบบสุ่มที่อาจดีหรือร้ายก็ได้
  • ปรุงยาในห้องแล็บเคมีเพื่อทดลองผลทั้งด้านบวกและด้านลบ
  • วาง Vibromatic Heart Bed เพื่อปลดล็อกความสัมพันธ์เชิงลึกของซิมส์คู่รัก
  • แขวนภาพ Tragic Clown แล้วรอดูการแสดงที่ล้มเหลวอย่างน่าขบขัน
  • ลองอาชีพ Paranormal หรือ Musician เพื่อสัมผัสอีเวนต์เฉพาะทางที่ไม่มีในเกมหลัก

เกร็ดความรู้

  • Livin’ Large ทำยอดขายในสหรัฐฯ ปี 2000 ได้ 595,410 ชุด คิดเป็นมูลค่ากว่า 16.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ยอดขายนี้ทำให้แพ็คติดอันดับเกมคอมพิวเตอร์ขายดีอันดับ 6 ของสหรัฐฯ ในปีนั้น
  • ระบบความสัมพันธ์เชิงลึกที่เริ่มจาก Vibromatic Heart Bed ถูกพัฒนาต่อยอดในทุกภาคหลักของ The Sims นับจากนี้
  • การใช้สตูดิโอภายนอกร่วมพัฒนาแอสเซตอย่าง New Pencil Incorporated เป็นแนวทางที่ EA นำไปใช้กับ Expansion Pack อื่นในเวลาต่อมาด้วย

การเพิ่มสตูดิโอภายเข้ามาช่วยสร้างแอสเซตเป็นการวางรากที่สำคัญของ The Sims เนื่องจากซีรีส์นี้มีกำหนดการออก Expansion Pack อีกหลายชุดตามมาในอีกหลายปีข้างหน้า การใช้ระบบไลบรารีของกราฟิกและรายการวัตถุช่วยให้ทีมงานสร้างเนื้อหาใหม่ได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเขียนโค้ดเอนจินใหม่ทั้งหมด เหตุนี้เองหลายคนมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของรูปแบบธุรกิจ Expansion Pack ที่ EA ใช้ต่อเนื่องกับแฟรนไชช์เกมอื่น ๆ ของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นมรดกที่สืบทอดมาจนถึง The Sims 4 ในปัจจุบัน

แหล่งอ้างอิง